อุษามณี ไวทยานนท์
อุษามณี ไวทยานนท์

ชื่อเล่น ลูกขวัญ มีชื่อจริงว่า อุษามณี พูลเกิด[1] เดิมบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี เกิดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2531 บิดามีอาชีพรับราชการตำรวจ ชื่อ ด.ต.เกษม พูลเกิด (เสียชีวิตแล้ว) เป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ กับมารดาชื่อ ปราณี ไวทยานนท์ มีเชื้อสายไทย-มอญ-แขกขาว เธอมีพี่สาวหนึ่งคนชื่อ เขมรัสนี ไวทยานนท์ ชื่อเล่น ลูกแก้ว ซึ่งเกิดห่างกับเธอ 6 ปี[1] ชีวิตในวัยเด็กของเธออยู่กับพ่อแม่เป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้ออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ นอกบ้านมากนัก[1]
การศึกษา[แก้]
- อนุบาล โรงเรียนถนอมพิศวิทยา
- ประถมศึกษาปีที่ 1-4 โรงเรียนถนอมพิศวิทยา
- ประถมศึกษาปีที่ 5-6 โรงเรียนแม่พระฟาติมา
- มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนแม่พระฟาติมา
- มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
- มัธยมศึกษาปีที่ 5-6 โรงเรียนแม่พระฟาติมา
- พ.ศ. 2553 - สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ เอกประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
- พ.ศ. 2558 - สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
การเข้าวงการบันเทิง[แก้]
อุษามณีได้รับการทาบทามและแนะนำจากทีมงานนักแสดงตั้งแต่อายุ 3 ขวบ โดยเริ่มจากงานเดินแบบ และเล่นละคร ละครเรื่องแรกที่เล่นคือ "พ่อจ๋า แม่ขา ลูกรัก" จนได้รับงานแสดงทั้งของช่อง 3 และช่อง 7
ในปี 2547 อุษามณีได้ทำสัญญาเป็นนักแสดงของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยเรื่องแรกหลังการเซ็นสัญญานั้นคือ "สาวน้อยในตะเกียงแก้ว ภาค 2 ตอนแม่มดน้อยตัวป่วน" ซึ่งเธอรับบทนางร้ายเป็นเรื่องแรก เรื่องต่อมา "อกธรณี" เธอได้เล่นเป็นนางเอกเต็มตัวเรื่องแรก
ต่อมาอุษามณีได้แสดงในเรื่อง "ขิงก็ราข่าก็แรง" ที่ทำให้เกิดวลีติดปากอย่าง 'แม่ไม่ปลื้ม... จบ' ส่งผลให้ละครเรื่องนี้เป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดของปี 2549 โดยตอนจบเรตติ้งสูงสุดถึง 24 และเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 17[ต้องการอ้างอิง] จากนั้นในเรื่อง "ปมรักรอยอดีต" อุษามณีได้กลับมาพบกับธาวิน เยาวพลกุล และไปรยา สวนดอกไม้ อีกครั้ง
ต่อมาปี 2554 อุษามณีได้กลับมาพลิกบทบาทฝีมือบทร้ายอีกครั้งในบท อินตรา (ในร่างมนชญา สลับกับปุณยาพร พูลพิพัฒน์) จากละครเรื่อง "เพลิงพรหม" ที่สามารถทำเรตติ้งตอนจบสูงถึง 20 จนคว้ารางวัลร้ายได้ใจ จากสยามดารา อวอร์ด 2011 ต่อมาปี 2558 เธอได้กลับมาพลิกบทบาทฝีมือของบท ชิดชบา จนคว้ารางวัลนำหญิงเจ้าบทบาท จากสยามบันเทิง 2015 และรางวัลเมขลา 2559 และในปี 2560 นี้ เธอได้กลับมาพลิกบทบาทฝีมือบทร้ายเต็มตัวอีกครั้งในบท "พิตะวัน สัจจามาตย์" ในละครเรื่อง "มายา"
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น